mintLovenecx
วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554
เที่ยวประเทศสวิตเซอร์เเลนด์
เมื่อ 10,000 ปีก่อนคริตสกาล พวกกลุ่มนักล่าสัตว์และกลุ่มคนเร่ร่อนได้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่อาศัยในเขตทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์ (Alp) ซึ่งในปัจจุบันก็คือพื้นที่บริเวณ Graubünden ใจกลางประเทศสวิสเซอร์แลนด์เป็นครั้งแรก ต่อมาก็ได้มีการขยายอาณาเขตออกไปเรื่อยๆ ตามพื้นที่บริเวณลุ่มทะเลสาบต่างๆ จนกระมั่งเมื่อประมาณ 400 ปีก่อนคริสตกาลชนเผ่าเซลท์ (Celt คือกลุ่มชนชาติที่พูดภาษาเซลติก) ได้เริ่มย้ายถิ่นฐานจากทางเยอรมันตอนใต้ เข้าไปสู่พื้นที่ลุ่มทะเลสาบในตอนกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพิ่มมากขึ้น โดยทางด้านตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์เป็นที่อยู่อาศัยของพวก Raetia ส่วนทางด้านตะวันตกถูกครอบครองโดยชาว Helvetii นอกจากนั้นก็ยังมีชนเผ่าอื่นๆ ที่กระจัดกระจายไปตามส่วนต่างๆ ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์อีกเป็นจำนวนมาก คือ ชนเผ่า Lepontier ทางแคว้น Tessin ชนเผ่า Seduner ในเขต Wallis และทะเลสาบเจนีวาวันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554
มาเทียวทะเลแหวกกันน้าจร้าเพิ่ลๆ
อัศจรรย์ Unseen Thailand ลึกล้ำเข้าไปกลางทะเลลึกแห่งอันดามัน ช่วงเวลาหนึ่งที่เรานั่งเรือชมเกาะรูปร่าง สวยงามแปลกตา ใครจะเชื่อว่า อีกชั่วข้ามเวลาหนึ่งทะเลที่เราผ่านมาชั่วครู่ จะลดระดับน้ำดุจทะเลแหวกออกจนกลายเป็นหาดทรายขาวสะอาดเชื่อม เกาะสองเกาะสองเกาะอย่างน่าอัศจรรย์
กระบี่
กระบี่เมืองร้อยเกาะฝั่งทะเลอันดามัน อันประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่มากมาย เรียงรายไม่น้อยกว่า 130 เกาะ เกือบทั้งหมดเป็นเกาะหินปูนรูปร่างต่าง ๆ กัน ที่โด่งดังที่สุดคือหมู่เกาะพีพี เกาะรอก และกลุ่มเกาะหน้าอ่าวพระนาง เกาะต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสถานที่พักผ่อน และท่องเที่ยวบนหาดทรายขาวน้ำใส นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ อีกเช่น พายเรือแคนู ดำน้ำดูปะการัง เที่ยวถ้ำ และปีนผา ซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมในปัจจุบัน
วันเวลาที่แนะนำ ทะเลแหวกสามารถชมได้ดีที่สุดในช่วงเวลาน้ำลงต่ำสุดในแต่ละวัน โดยเฉพาะ ในวันก่อน และหลังวันขึ้น 15 ค่ำ ราว 5 วัน ฤดูกาลท่องเที่ยวอยู่ระหว่าง เดือนธันวาคมถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี
การเดินทาง
จากจังหวัดกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 4034 แล้วเลี้ยวซ้ายตามทางหลวง หมายเลข 4202 ไปอ่าวพระนาง สามารถเช่าเรือเหมาลำไปเที่ยวตามหมู่เกาะต่าง ๆ ได้ทั้งทางเรือหางยาว และเรือเร็ว ราคาสามารถต่อรองกับคนเรือได้
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ททท. ภาคใต้ เขต 4
โทร. 0-7621-1036, 0-7621-2213, 0-7621-7138
มาเทียววัดกันเถอะจร้า
ประวัติวัดไสท้อน
หมู่ที่ 9 ตำบลควนรู อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา
มีเนื้อที่ ๖ ไร่ ๕๗ วา ซื้อมาจากนางแจ่ม สุขจันทร์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๓ เดิมทีพระรุ่น สุญาโณ เป็นผู้มาก่อตั้งเป็นรูปแรก ฯ
นายเลี่ยม สิริมุสิกะ ท่านเป็นผู้สูงอายุคนหนึ่งสมควรเชื่อถือได้ ได้เล่าให้ข้าพเจ้าฟังครั้งเมื่อข้าพเจ้ามาอยู่วัดไสท้อนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๔๐ ว่า ท่านรุ่นเป็นเพื่อนสหธรรมิกกับท่านปานได้ร่วมกันสร้างวัดคือวัดปานศึกษาธิการามซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอควนเนียงปัจจุบันนี้ ในสมัยนั้นชาวบ้านทั่วไปเขาเรียกกันว่า วัดใหม่ หรือวัดท่านปาน อยู่มาท่านปานกับท่านรุ่นเกิดขัดแย้งกันจากเหตุอะไรก็ทราบไม่ได้ ท่านรุ่นได้พูดขึ้นว่า เมื่อท่านปานสร้างวัดได้เราก็สร้างวัดได้ เลยแยกตัวมา มาตั้งที่พักสงฆ์ที่บ้านไสท้อน ท่านได้ขึ้นป้ายว่า วัดรุ่นพัฒนา แต่ชาวบ้านเขาเรียกกันว่า วัดใหม่ไสท้อน หรือวัดใหม่ เช่นเดียวกับวัดใหม่ท่านปาน นายเลี่ยม สิริมุสิกะ เล่าให้ฟังเพียงแค่นี้ ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกท่านทั้ง ๒ รูปนี้ ได้ลาสิกขาออกไป คณะพุทธบริษัทผู้รู้พูดกันถึงที่ดินแปลงนี้ได้บริจาคเงินกันซื้อที่ดินของนางแจ่ม สุขจันทร์ เป็นจำนวนเงิน ๓,๐๐๐ บาท
ในหนังสือ ส.ค. ๑ ความว่า หมู่บ้านที่ ๑๐ ตำบลควนโส อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา
จำนวนเนื้อที่ดิน ๖ ไร่ - งาน ๕๗ วา
ทิศข้างเคียง
ทิศเหนือ จดคลองไสท้อน
ทิศใต้ จดดินบ้านนายเส้ง
ทิศตะวันออก จดดินบ้านนางเนียม
ทิศตะวันตก จดดินบ้านนายสีแก้ว
เมื่อท่านรุ่นได้ลาสิกขาแล้ว ทำให้ที่พักสงฆ์นี้ว่างจากพระอยู่จำพรรษา
ท่านอาจารย์สีแก้ว กุลคุโณ เจ้าอาวาสวัดไทรใหญ่ เข้ามารับดูแลและเพื่อให้คณะพุทธบริษัทได้มีโอกาสทำบุญและเห็นแก่พระพุทธศาสนาก็ได้ให้อาจารย์เฉี้ยง มเหสกโข มาจำพรรษาที่นี่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๙ (สอบถามจากพระครูปัญโญภาส (แสง ธนปญโญ ถ้ำน้ำร้อน) ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และก็ได้ตั้งเป็นสำนักสงฆ์เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๒๒ วัดไทรใหญ่ว่างเจ้าอาวาสลง คณะพุทธบริษัทของวัดจึงนิมนต์ อาจารย์เฉี้ยง มเหสกโข ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดไทรใหญ่ ทำให้สำนักสงฆ์ไสท้อนขาดพระลง ชั่วระยะหนึ่ง ต่อมานายเหมีย แสงพรหม มีจิตศรัทธาจึงได้บวชอยู่จำพรรษา ต่อมาผู้ใหญ่บ้านปฐมพร จันทขวัญ (ฟั่น) ได้ดำเนินการขอตั้งวัด และก็ได้ตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ เดือน พ.ศ. ๒๕๒๘ และทางคณะสงฆ์อำเภอรัตภูมิได้แต่งให้พระเหมีย เตชธโร เป็นเจ้าอาวาส เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ต่อมาท่านก็ได้ลาสิกขาไป ทำให้วัดไสท้อนขาดพระจำพรรษาอีก บางปีก็มี บางปีก็ไม่มี ในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ พระครูวุฒิธรรมนิเทศก์ วัดใหม่ทุ่งคา เป็นเจ้าคณะตำบลควนรูในสมัยนั้น ได้ให้พระมหาพริ้ม สนฺตจิตฺโต วัดไทรใหญ่ ไปอยู่จำพรรษา จึงแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นเจ้าอาวาสรูปที่
๒ มาจนถึงปัจจุบัน ฯ

วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2554
การท่องเที่ยวตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งเที่ยวแบบไทย ๆ เที่ยวไป กินไป ที่ไหนมีของอร่อย จะมีคนตามไปกินเสมอ เช่นเดียว กับที่นี่ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ตลาดน้ำแห่งใหม่ใกล้กรุง ที่อำเภอ พระประแดง สมุทรปราการ มีเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ เริ่มเวลา 7 โมงเช้า เป็นต้นไปจนถึงเย็น แม้เพิ่ง เปิดตัวมาได้ไม่นาน แต่มีคนมาเที่ยวกัน มากโดยเฉพาะวันอาทิตย์จะมีคนมาเที่ยวประมาณ 4,000 คน มีนักท่องเที่ยวฝรั่งมาเที่ยวด้วย
เสน่ห์ตลาดน้ำที่นี่ คือวิถีชีวิตชาวบ้านริมคลอง ส่วนใหญ่เป็นชาวไทย เชื้อสายมอญ น้ำในคลองยังสะอาด มีของพื้นบ้านอร่อย ๆ ที่ชาวบ้านทำมาขายเอง มีเรือพายขาย ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ ขนมจีนน้ำยา หอยทอดในถาดขนมครก ขนมใส่ไส้ มีกลุ่มแม่บ้าน สตรีทำขนมทองหยอด เม็ดขนุน ฝอยทอง การทำกาละแมกวนมาขาย แต่สุดยอดของ อร่อยที่นี่ คือ ห่อหมกหมู ที่ต้องมาแต่เช้าจึงจะได้ทาน เพราะมาบ่ายจะขายหมด นอกจากนี้ก็มีผลไม้จากสวนที่มีอยู่ทั่วไปสองฝั่งคลอง ผลไม้ขึ้นชื่อที่สุดของบางน้ำผึ้ง คือมะม่วงน้ำดอกไม้ และยังมีไม้ดอกไม้ประดับ สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เช่น ดอกไม้ประดิษฐ์ ไข่เค็มดินสอพอง บริเวณตลาดน้ำมีเรือพายให้บริการ ถ้าพายเป็นจะพายเองก็ได้ ค่าเช่าชั่วโมงละ 20 บาท หากต้องการคนพายให้ เพิ่มอีก 20 บาท นั่งเรือลัดเลาะชมพื้นที่สีเขียว 2 ฝั่งคลอง มีทั้งป่าจาก สวนมะม่วง และมะพร้าว ในอนาคตจะมีบริการจักรยานให้เช่าด้วย
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)










